พระศิวะ

พระศิวะ

พระศิวะ คือพระเป็นเจ้าแห่งความสงบนิ่ง เป็นราชาแห่งการเข้าฌานสมาบัติ เป็นราชาแห่งการบำเพ็ญตบะ เป็นผู้นิยมการหลีกเร้นออกจากสังคมอันเป็นมายา ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นพระองค์โปรดเหล่าผู้ตั้งตบะบำเพ็ญฌานสมาธิ ผู้ที่คิดถึงพระองค์ทุกๆคนย่อมอยู่ในข่ายทิพยญาณแห่งองค์พระเป็นเจ้า ผู้ที่ทำสมาธิทุกๆคนคือบุคคลอันเป็นที่รักแห่งพระศิวะ พื้นฐานแห่งศาสนาคือสันติ วัตรปฏิบัติใดที่นำพาเข้าสู่สันติวัตรปฏิบัตินั้นคือหนทางแห่งความรู้แจ้ง   คติของพระศิวะกับพระนารายณ์มีความแตกต่างราวฟ้ากับดิน เรียกว่าคนละขั้วกันเลยล่ะครับ พระศิวะอยู่ในรูปของโยคี พระนารายณ์อยู่ในรูปกษัตริย์ พระศิวะ คือ ตัวแทนแห่งตบะ การแผดเผากิเลส พระนารายณ์

Continue reading »

องค์ศิวลึงค์

ศิวลึงค์ที่ตั้งบนฐานโยนี แปลตรงๆคือพระศิวะสังวาสอยู่กับพระอุมา เป็นเรื่องของพลังแห่งบุรุษและสตรีที่รวมกันจึงมีการก่อกำเนิดและวิวัฒนาการ การแปลความหมายในโยคะสามารถอธิบายลึกลงไปได้ยิ่งกว่านั้นว่า หมายถึงพลังระหว่างฟ้ากับดินบรรจบกัน หรือเรียกตามวิทยาศาสตร์ว่าขั้วบวก ขั้วลบ เมื่อสองขั้วเชื่อมหากันพลังงานไฟฟ้าวิ่งถึงกันระหว่างบวกกับลบก็เกิดพลังงานทำให้เกิดแสงสว่างได้ ทำให้ใบพัดหมุนได้ ทำอะไรได้สารพัดด้วยกระแสไฟฟ้าที่เขื่อมถึงกันระหว่างขั้วบวกและลบ โยคียุคโบราณเข้าใจในเรื่องนี้มานานแล้วแต่ใช้ศัพท์ที่แตกต่างออกไป รูปศิวลึงค์บนฐานโยนี ก็คือการเชื่อมถึงกันของพลังงานเพื่เกิดความสร้างสรรค์ในสรรพสิ่งและวิทยาการ รวมไปถึงการฝึกกุณฑาลินีโยคะก็เป็นการเชื่อมพลังงานไฟฟ้าขั้วบวกขั้วลบในตัวเราให้จูนถึงกันนั่นเอง พลังงานมีอยู่แล้วในธรรมชาติ คนไม่รู้ดูเป็นเรื่องแปลกคนรู้ก็ดูเป็นธรรมดาสำคัญที่ว่าเราควรพัฒนาพลังงานเพื่อใช้เพิ่มศักยภาพในตัวของเรา ก้าวจากความเป็นปุถุชนไปสู่ความเป็นอภิมนุษย์

Continue reading »